การมีความสุขทางเพศกับส่วนของร่างกายหรือวัตถุ
เป็นความผิดปกติทางเพศซึ่งสิ่งที่เป็นความต้องการทางเพศของคนผู้นั้นกลายเป็นวัตถุ
หรือส่วนของร่างกายซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางเพศ
แทนที่จะเป็นคน เช่น
เป็นเครื่องชั้นใน หมวก
รองเท้า (โดยเฉพาะรองเท้าส้นสูง)
หรือถุงมือ เป็นผม มือ
เต้านม ต้นขา เท้า หู
หรือตา
วัตถุหรือส่วนของร่างกายเหล่านี้จะให้ความสุขโดยการจับ
จ้องมอง
หรือช่วยในการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง
ความผิดปกตินี้เกือบทั้งหมดเป็นกับผู้ชาย
และของที่เป็นสัญลักษณ์ทางเพศดังกล่าวอาจได้มาจากการขโมย
หรือแม้แต่การแย่งชิงจากเจ้าของ
วัตถุเหล่านี้บางอย่างมีขายตามท้องตลาด
เช่น
เครื่องหนังหรือยางที่ตัดเป็นชุดรัดรูป
เครื่องรัดหน้าท้องของผู้หญิง
และกางเกงยืดแนบเนื้อ ฯลฯ
ผู้ที่นิยมของแบบนี้อาจจะเป็นผู้สวมใส่เอง
หรือให้คู่ของตนสวม
กลิ่นของยางหรือหนังจะช่วยเพิ่มความเร้าใจให้มากขึ้น
รองเท้าบู๊ทของผู้ชายเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีอำนาจของบุรุษ
ในขณะที่รองเท้าบู๊ทส้นสูงของผู้หญิงเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีอำนาของสตรี
สำหรับผู้ชายบางคนรองเท้าเป็นเครื่องหมายของช่องคลอด
(ในขณะที่เท้าหมายถึงอวัยวะเพศชาย)
ผู้ชายเหล่านี้จึงมักสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองโดยอาศัยรองเท้าเป็นเครื่องกระตุ้นอารมณ์เพศ
หรืออวดอวัยวะเพศของตนต่อหน้ารองเท้าผู้หญิงที่วางเรียงรายอยู่ในตู้กระจกร้านค้า
คนบางคนมีเท้าที่ไวต่อความรู้สึกมาก
ดังนั้นการกระตุ้นความรู้สึกทางเพศจึงอาจทำได้โดยการให้ผู้อื่นขูดที่เท้าของตนเบาๆ
หรือตนเองกระทำเช่นนั้นให้ผู้อื่น
ความรู้สึกจั๊กจี้ที่เท้าอาจเกิดพร้อมกับการมีความสุขสุดยอด
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนบางคนเพียงนึกถึงเท้าก็กระตุ้นความรู้สึกทางเพศแล้ว
ด้วยเหตุนี้ในการประเล้าประโลมก่อนการร่วมเพศ
ผู้ชายบางคนจึงอาจให้คู่นอนใช้เท้าลูบคลำอวัยวะเพศของตนหรือสอดนิ้วเท้าของตน
เข้าไปในช่องคลอดของฝ่ายหญิง
อาการของคนพวกนี้มีตั้งแต่แสดงความชอบสิ่งที่กล่าวมากกว่าปกติเพียงเล็กน้อย
ชอบมาก
ต้องใช้สิ่งเหล่านี้เมื่อมีกิจกรรมทางเพศ
จนกระทั่งถึงใช้สิ่งเหล่านี้แทนคู่ร่วมเพศเลยทีเดียว
สาเหตุ
ความจริงอารมณ์เพศของคนปกติอาจถูกกระตุ้นด้วยส่วนของร่างกายหรือวัตถุบางอย่าง
เช่น
ผู้ชายอาจถูกกระตุ้นด้วยชุดชั้นในสีดำ
ผมยาว เต้านม
สะโพกหรือขาของผู้หญิง
ผู้หญิงก็เช่นกันอาจถูกกระตุ้นอารมณ์ด้วยขนที่หน้าอกของชาย
หนวด หรือไหล่กว้างๆ
แต่ความรู้สึกต่อสิ่งเหล่านี้ไม่มากจนถึงขนาดจะทดแทนคู่ร่วมเพศได้เหมือนดังคนที่เป็นโรคนี้
ลักษณะที่กล่าวเกิดขึ้นเพราะวัตถุหรือส่วนของร่างกายเหล่านั้นได้ถูกจัดเป็นเงื่อนไขกับเรื่องเพศ
หรือความรักตั้งแต่ครั้งเป็นเด็ก
โดยมันอาจอยู่ร่วมกับความตื่นเต้นทางเพศ
หรือกับความรักของคนที่มีความหมายต่อเขา
เช่นแม่หรือครูอยู่เสมอๆ
แต่ในคนที่เป็นโรคความรู้สึกนี้จะรุนแรงมากเนื่องจากเมื่อโตขึ้นนิสัยนี้อาจถูกเสริมแรงอีก
จากการที่ตนไม่สามารถมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นได้
เลยหันไปหาวัตถุหรือส่วนของร่างกายแทนตัวคน
ตัวอย่างผู้ป่วย
ผู้ป่วยชาย โสด อายุ 32 ปี
อาชีพเป็นช่างภาพ
มาพบแพทย์เนื่องจากมีความสนใจกางเกงในของผู้หญิงมากกว่าตัวผู้หญิงเอง
เขาเล่าว่าเขาเริ่มสนใจทางเพศและมีอารมณ์เพศเมื่ออายุ
7 ปี
ขณะที่ได้ดูรูปผู้หญิงโป๊ในหนังสือเพลย์บอย
และพบว่าภาพที่กระตุ้นอารมณ์เพศของเขาคือ
ภาพหญิงที่เกือบเปลือยสวมเพียงชุดชั้นใน
และกางเกงในเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นมากที่สุด
เขาหลั่งน้ำกามครั้งแรกโดยการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเมื่ออายุ
13 ปี
ในขณะที่คิดฝันถึงกางเกงในผู้หญิง
ต่อมาเขาก็สำเร็จความใคร่และหลั่งน้ำกามบนกางเกงในของพี่สาวซึ่งเขาขโมยมา
และจากนั้นก็เริ่มขโมยกางเกงในของเพื่อนพี่สาวและหญิงอื่นเวลาที่ไปงานสังสรรค์หรือเมื่อมีโอกาส
เขาจะใช้กางเกงในเหล่านี้ในการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง
และเมื่อใช้แล้วก็จะเก็บไว้เป็นอย่างดีในกล่องส่วนตัวของตน
พฤติกรรมทางเพศแบบที่กล่าวเป็นวิธีที่ทำให้เขามีความตื่นเต้นทางเพศ
และมีความสุขสุดยอดตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงปัจจุบัน
ผู้ป่วยเคยร่วมเพศกับหญิงเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ
18 ปี
จากนั้นก็ร่วมเพศอีกหลายครั้ง
คู่ร่วมเพศที่เขาพอใจที่สุด
คือหญิงโสเภณีซึ่งสวมกางเกงในแต่เจาะรูไว้บริเวณอวัยวะเพศเพื่อการร่วมเพศ
บางครั้งเมื่อเขาร่วมเพศกับผู้หญิงซึ่งไม่ได้สวมกางเกงในก็พบว่าตนเองมีความสุขทางเพศน้อย
เขาหลีกเลี่ยงการคบกับผู้หญิงดีๆ
เพราะกลัวว่าเธอจะไม่เข้าใจความต้องการทางเพศของเขา
นอกจากนั้นเขายังหลีกเลี่ยงการสมาคมกับเพื่อนที่จะแนะนำให้เขารู้จักกับผู้หญิงดีๆ
เหล่านั้นด้วย
ความผิดปกติดังกล่าวทำให้เขากังวลและเศร้า
เนื่องจากชีวิตทางสังคมของเขาต้องจำกัดลง
ผู้ป่วยมาพบแพทย์หลังจากที่มารดาเสียชีวิตอย่างกระทันหัน
จากการสัมภาษณ์พบว่า
แม้เขาจะรู้สึกว้าเหว่แต่ก็มีความสุขกับพฤติกรรมทางเพศของตน
เขาจึงไม่แน่ใจว่าควรจะรักษาหรือไม่
ผู้ป่วยรายนี้มีความตื่นเต้นทางเพศเมื่อได้เห็นหรือสัมผัสวัตถุซึ่งเป็นชั้นในของผู้หญิง
มิใช่มีความสุขจากการสวมกางเกงในของผู้หญิงเหมือนในรายที่เป็นลักเพศ
เพราะฉะนั้นจึงจัดเป็นพวกที่มีความสุขทางเพศกับส่วนของร่างกายหรือวัตถุ
ลักษณะอีก 2 อย่าง
ที่ควรจะได้รับความสนใจเช่นกันคือ
ความต้องการจะขโมยอย่างยับยั้งใจไม่ได้หรือเคล็ปโตแมเนีย
(Kleptomania)
และการพยายามวางเพลิงบ่อยๆ
อย่างยับยั้งชั่งใจไม่ได้หรือไพโรแมเนีย
(Pyromania)
ความต้องการจะขโมยอย่างยับยั้งใจไม่ได้เป็นความวิปริตทางเพศอย่างหนึ่ง
เพราะของที่ขโมยมักจะไม่มีค่าควรแก่การขโมย
แต่เป็นสัญลักษณ์กับเพศหรือเกี่ยวข้องกับความสุขทางเพศ
ผู้หญิงที่ป่วยด้วยโรคนี้มักมีปัญหาทางอารมณ์
คือ
รู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่รักและไม่เป็นที่ต้องการ
บางครั้งขโมยพวกนี้เป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กหนุ่ม
และจะขโมยชั้นในของผู้หญิง
ของเหล่านี้รวมทั้งความตื่นเต้นจากการขโมยช่วยกระตุ้นอารมณ์เพศของเขา
การพยายามวางเพลิงบ่อยๆ
อย่างยับยั้งใจไม่ได้
เป็นการกระทำที่มีความหมายเกี่ยวกับเรื่องเพศ
เพราะสำหรับคนบางคน
ไฟหรือความร้อนกับเพศมีความหมายเกี่ยวข้องกัน
ก่อนจะเกิดอาการ
ผู้ป่วยมักจะมีอารมณ์ตึงเครียดมากขึ้นๆ
อยู่ไม่สุข
และมีความต้องการจะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเขาจุดไฟหรือมองไฟที่เริ่มลุกฮือขึ้น
เขาจะรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขทางเพศ
เมื่อเขาได้รับความสุขสุดยอดทางเพศแล้วก็จะรู้สึกผิดและพยายามดับไฟ
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่สามารถให้เหตุผลของการวางเพลิง
แต่บางคนว่าทำเพื่อการแก้แค้น
คนพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นโรคจิต
และประมาณครึ่งหนึ่งปัญญาอ่อน
|