|
การเป็นนักถ้ำมอง
คือ
การมีความสุขทางเพศจากการได้แอบดูผู้อื่นเปลือยกายหรือร่วมเพศกัน
ผู้ที่มีปัญหานี้มักเป็นผู้ชาย
การชอบดูสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ
เช่น ชอบดูผู้อื่นแก้ผ้า
หรือดูการแสดงเปลือยอาจเป็นสิ่งปกติหรือเป็นความวิปริตทางเพศก็ได้
ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะของการกระทำ
การสามารถควบคุมความต้องการของตน
และการยอมรับของสังคม
การเข้าไปรับประทานอาหารในภัตตาคารบางแห่งเพื่อได้เห็นพนักงานเสิร์ฟซึ่งเปลือยอก
การดูระบำโป้หรือระบำเปลื้องผ้า
หรือแม้แต่การพยายามเสาะแสวงหาหนังสือลามก
ประเภทที่มีภาพการเปลือยกายอย่างเด่นชัด
และภาพการร่วมเพศ
ก็จัดอยู่ในลักษณะของ "ถ้ำมอง"
เช่นกัน
แต่การกระทำเหล่านี้เป็นสิ่งที่สังคมยอมรับจึงไม่จัดว่าผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม
ในกรณีที่บุคคลมีความต้องการจะกระทำสิ่งนี้อย่างรุนแรงจน
ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้
หรือถึงขนาดยอมเสี่ยงต่อการเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือถูกเหยียดหยาม
ถ้ามีผู้พบเห็นการกระทำของตน
เช่น
พยายามเจาะรูห้องน้ำหรือห้องแต่งตัวของเพื่อนบ้าน
ลอบเข้าไปในสวนแล้วปีนต้นไม้เพื่อให้สามารถมองเข้าไปทางหน้าต่างห้องนอนของผู้อื่น
หรือสนับสนุนให้ภรรยาเป็นชู้กับชายอื่นต่อหน้าต่อตา
เป็นต้น
นับว่าผิดปกติมากกว่าพฤติกรรมที่ได้กล่าวไว้แล้ว
และสังคมไม่ยอมรับ
จึงจัดเป็นวามวิปริตทางเพศ
แต่การกระทำเช่นนี้มักให้ความสุขทางเพศแก่ผู้กระทำ
มากกว่าการร่วมเพศตามธรรมดา
จึงทำให้ผู้กระทำไม่ต้องการการรักษา
คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองไปด้วยขณะแอบดู
และสามารถมีความสุขทางเพศถึงจุดสุดยอดได้
ด้วยเหตุที่มีความวิปริตดังกล่าวในสังคม
ซ่องโสเภณีบางแห่งจึงเปิดบริการลูกค้าเหล่านี้
โดยมีช่องไว้ให้แอบดูผู้อื่นร่วมเพศกัน
สาเหตุ
เชื่อว่าเกิดจากการขาดความอบอุ่น
ขาดความมั่นใจในวัยเด็ก
และการไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ด้วยความมั่นใจ
เขาจะรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นผู้ชายพอ
และคนอื่นๆ
ก็คิดถึงเขาในทำนองเดียวกัน
เพราะฉะนั้นการแอบมองของเขาเป็นเสมือนการประกันว่าเขา
จะไม่ล้มเหลวในกิจกรรมทางเพศ
เพราะได้เห็นว่าคนอื่นเขาทำกันอย่างไร
และขณะเดียวกันเขาก็พอใจในความเหนือกว่าคนๆ
นั้นด้วยเพราะตนเองสามารถมองเขาอย่างลับๆ
ได้ ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์
เชื่อว่าพฤติกรรมนี้เกิดจากการเห็นพ่อแม่ร่วมเพศกันในวัยเด็ก
ความต้องการที่จะดูคู่ร่วมเพศเปลือยหรือได้เห็นการร่วมเพศของตนถือว่าปกติ
เช่นเดียวกับการอยากดูภาพการร่วมเพศของตนทางกระจกเงา
แต่จะผิดปกติถ้าความต้องการนี้รุนแรงกว่าความต้องการร่วมเพศธรรมดา
หรือเป็นความต้องการอย่างมากชนิดที่ควบคุมไม่ได้
ตัวอย่างผู้ป่วย
ผู้ป่วยชาย โสด วัย 25 ปี
เป็นนักธุรกิจระดับผู้บริหาร
มาพบแพทย์เพราะมีความสุขทางเพศจากการได้แอบดูผู้หญิงเปลือยกายหรือกำลังร่วมเพศ
ผู้ป่วยเคยถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของบริษัทที่เขาทำงานอยู่จับได้ขณะประพฤติเช่นที่กล่าว
และได้รับคำแนะนำให้ไปรับการรักษาเสีย
มิฉะนั้นอาจถูกไล่ออกจากงาน
แต่เขาก็มิได้กระทำตามคำแนะนำนั้น
ผู้ป่วยเป็นชายหนุ่มที่พูดจาฉาดฉาน
สง่าผ่าเผย
และเป็นที่สนใจของหญิงสาวทั่วไป
เขาจะมีนัดกับสาวเหล่านั้นบ่อยๆ
และร่วมเพศ 1-2
ครั้งต่อสัปดาห์กับคู่นอนหลายคน
แต่กระนั้นก็พบว่ายังมีสภาวการณ์บางอย่างที่ทำให้เขาเกิดความตื่นเต้นมากกว่าการร่วมเพศ
เขาซื้อกล้องส่องทางไกลที่มีกำลังขยายสูงและใช้ส่องดูในห้องพักของเพื่อนบ้าน
ซึ่งบางครั้งก็ได้เห็นของดีๆ
แต่ก็มีบ่อยๆ
ที่ไม่ได้ประโยชน์อะไร
ดังนั้นต่อมาเขาจึงปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านเช่า
และพยายามมองหาจนกว่าจะพบหญิงสาวที่เปลือยกายหรือกำลังร่วมเพศ
เขาไม่ต้องการร่วมเพศกับหญิงเหล่านั้น
แต่จะสำเร็จความใคร่จนถึงสุดยอดขณะแอบดูหรือทันทีหลังแอบดู
แล้วก็กลับบ้าน
เขารู้สึกว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นสิ่งเดียวที่ให้ความสุขทางเพศอย่างแท้จริง
แม้ว่าบางครั้งเขาจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย
เช่นเกือบถูกผู้ดูแลบ้านเช่าจับได้เพราะคิดว่าเขาเป็นขโมย
เกือบถูกชายหญิงที่เขาแอบดูทำร้าย
และหวุดหวิดจะถูกยิง
แต่ก็ไม่ทำให้เขาเลิกพฤติกรรมดังกล่าวได้
ผู้ป่วยมีพี่สาว 3 คน
บิดาของผู้ป่วยเป็นผู้ที่มีคุณธรรมสูง
เคร่งศาสนา
และลงโทษผู้ป่วยบ่อยๆ
สำหรับมารดาดูท่าทางเหมือนคนอบอุ่น
เปิดเผยและเจ้าชู้
แต่ก็ไม่ได้แสดงลักษณะเช่นนั้นกับผู้ป่วย
ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเป็นที่รักของมารดา
และคิดว่าหญิงที่เขารักจะต้องมีลักษณะเหมือนมารดาของตน
ขณะที่มาพบแพทย์เขายังไม่เคยรักหรือมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้ง
และถาวรกับหญิงคนใดเลย
ครอบครัวของผู้ป่วยค่อนข้างจะเคร่งครัดเรื่องเพศ
ตัวอย่างเช่น
สมาชิกของครอบครัวจะไม่ถอดเสื้อผ้าต่อหน้าคนอื่น
และพ่อแม่ก็จะหลีกเลี่ยงการกระทำซึ่งก่อให้เกิดความเร้าใจทางเพศ
ผู้ป่วยจำได้ว่าระหว่างอายุ
7-10 ปี
เคยดูแม่และพี่สาวถอดเสื้อผ้า
แต่เขาก็เพียงดูและพยายามดูให้มากที่สุดเท่านั้น
ผู้ป่วยเริ่ม "แอบดู"
เมื่ออายุ 10
ขวบกับเพื่อนชายอีกหลายคนขณะที่ไปพักแรมในฤดูร้อน
เขาอธิบายไม่ได้ว่าทำไมการกระทำเช่นนี้จึงเป็นสิ่งเดียวที่เย้ายวนใจเขา
ในขณะที่เพื่อนค่อยๆ
เปลี่ยนไปสนใจการมีเพศสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามแทนการแอบดู
เขาเริ่มใช้กล้องส่องทางไกลเมื่ออายุ
11 ปี
แต่ส่องดูจากในบ้านเพิ่งจะออกไปส่องนอกบ้านเมื่ออายุ
17 ปี
ผู้ป่วยสังเกตว่า
ความตึงเครียดมีความสัมพันธ์กับการแอบดูอยู่บ้าง
ตัวอย่างเช่น
ขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญๆ
ในชีวิต
ได้แก่เมื่อแยกบ้านจากบิดามารดาหรือเมื่อผ่านการเรียนแต่ละภาค
การกระทำเช่นนี้จะเกิดบ่อยขึ้น
แต่ไม่รู้สึกว่าความวิตกกังวลเกี่ยวกับการร่วมเพศมีความสัมพันธ์กับความต้องการที่จะแอบดู
เขาไม่มีความรู้สึกผิดหรือละอายต่อการกระทำของตน
และรู้สึกว่ามันไม่มีอันตรายอะไร
แต่อย่างไรก็ตามเขาก็กลัวว่าสักวันหนึ่งเขาอาจถูกจับเข้าคุก
ดังนั้นเขาจึงคิดจะรักษาความวิปริตดังกล่าวนี้
|