|
ปวดท้องเมนส์...กันดีกว่าแก้
เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก
อาจเป็นคำพังเพยโบร่ำโบราณแต่ยังไม่เชยตกยุคนะคะ
เพราะคำคำนี้มักจะวาบขึ้นมาในความคิดเสมอ
เวลาผู้หญิงเราต้องเผชิญภาวะเจ็บปวดทางร่างกาย
ที่เห็นชัดๆ
ก็เวลาปวดท้องเม็นส์นี่ละค่ะ
แล้วลองคิดดู
เวลาสาวน้อยในบ้านเรา
นั่งเอามือกุมท้อง
ร้องโอดโอย
หน้าตาซีดเซียว
กินข้าวไม่ลง
บางรายถึงขนาดไปโรงเรียนไม่ได้
จะน่าเห็นใจสักแค่ไหน
คงต้องเป็นหน้าที่ของคุณแม่แล้วละค่ะ
ที่ต้องช่วยแบ่งเบา
และจัดการกับอาการเจ็บปวดจากภัยธรรมชาติ
(ทางร่างกาย) ของลูก
เพื่อช่วยคุณแม่อีกแรง
ไล้ลี่
ก็เลยไปนั่งคุยกับคุณหมอเสาวคนธ์
อัจจิมากร สูตินรีแพทย์
โรงพยาบาลรามาธิบดี
ให้ท่านช่วยไขข้อข้องใจ
แล้วก็พบว่าสาเหตุของการปวดท้องเม็นส์นี้มี
2 แบบ คือ แบบปฐมภูมิ
เป็นการปวดที่ไม่มีสาเหตุ
มักเกิดกับเด็กในวัยเริ่มมีประจำเดือนจนถึงวัยรุ่น
แบบทุติยภูมิ
เป็นการปวดที่มีสาเหตุ
เช่น
เยื่อบุมดลูกเจริญเติบโตผิดที่
เป็นเนื้องอก ฯลฯ
มักเกิดกับคนที่เลยวัยรุ่นหรือมีอายุเกิน
20 ปีไปแล้ว
วิธีตั้งข้อสังเกตง่ายๆ
ของอาการ 2 แบบนี้ก็คือ
ถ้าอาการปวดหายไปพร้อมการหมดรอบเดือน
คือการปวดแบบปฐมภูมิ
แต่ถ้ารอบเดือนหมดแล้วยังมีอาการปวดต่อไปอีกระยะหนึ่ง
จะเป็นแบบทุติยภูมิ
และอย่านิ่งนอนใจ
ควรพาตัวเองไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของโรคค่ะ
สำหรับการปวดท้องเม็นส์ของเด็กวัยแรกสาวและสาวรุ่นนั้น
ส่วนใหญ่จึงมักเป็นการปวดแบบไม่มีสาเหตุ
คือปวดเพราะมดลูกมีการบีบหรือเกร็งตัว
เพื่อช่วยในการหลั่งเลือดประจำเดือน
รวมทั้งเวลามีรอบเดือนร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน
prostaglandins
ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการปวด
ดังนั้นคุณหมอจึงแนะนำว่า
ถ้ารู้ว่าเด็กจะปวดท้องเวลามีรอบเดือน
ก็ควรจะหาวิธีป้องกัน
โดยก่อนมีรอบเดือนแต่ละครั้งควรให้เด็กทานยาที่มีฤทธิ์ต้าน
prostaglandins เสียก่อน
เขาจะได้ไม่ต้องนั่งเจ็บปวด
และทนทรมานจากภาวะธรรมชาติในตัวแทบทุกเดือน
"
เมื่อก่อนเราอาจจะใช้แก้ปวดธรรมดา
เช่น พาราเซตามอล แอสไพริน
หรือถ้าปวดมากๆ
ก็กินยาคลายกล้ามเนื้อ
แต่เมื่อเราค้นพบว่ามีฮอร์โมน
prostaglandins
เป็นตัวก่อให้เกิดอาการปวดท้องเวลามีเม็นส์
ซึ่งในบางคนใช้ยาแก้ปวดธรรมดาหรือยาคลายกล้ามเนื้ออาจไม่ได้ผล
เขาจึงจำเป็นต้องใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้าน
prostaglandins
หรือในชื่อยาที่คนรู้จักคือ
Ponstan
ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต้านสารตัวนี้"
คุณหมอยังบอกด้วยว่า
การป้องกันโดยใช้วิธีทานยาป้องกันนี้ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ
อาจแค่ระคายเคืองกระเพาะนิดหน่อย
แต่ถ้าทานน้ำตามมากๆ
หลังทานยาจะช่วยได้
แต่ถ้าไม่อยากให้ทานยา
และลูกมีอาการปวดไม่มาก
การใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบที่หน้าท้อง
ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้
รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็ช่วยได้เช่นกัน
เลือกบำบัดกันได้ตามอัธยาศัยค่ะ
แต่คุณหมอก็ยังทิ้งท้ายว่า
การป้องกันด้วยการทานยาน่าจะดีกว่ารอให้ปวดก่อนแล้วค่อยแก้ไขทีหลัง
แหล่งที่มา : life & family ปีที่ 7
ฉบับที่ 82 มกราคม 2546
|