|
ภัยออนไลน์ใกล้ตัวลูก
"
ครูยุคนี้อาจสอนวิธีใช้อินเตอร์เน็ตให้กับนักเรียน
แต่ไม่ได้เตือนหรือสอนเด็กว่า
อินเตอร์เน็ตมีสิ่งไม่ดีอะไรบ้างที่อาจเกิดขึ้นได้
หรือจะทำอย่างไรหากเกิดเรื่องไม่ดี
"
เด็กๆ
ที่บ้านเป็นอย่างนี้หรือเปล่าคะ
ขลุกอยู่กับคอมพิวเตอร์จนดึกดื่น
เห็นเปิดอินเตอร์เน็ต
แล้วพิมพ์อะไรยิกๆ
พอเดินเข้าไปใกล้
เธอก็รีบปิดหน้าโฮมเพจ
ทำท่าไม่พอใจที่พ่อแม่เข้าไปใกล้
ถามว่ากำลังเปิดดูอะไร
ก็ตอบห้วนๆ ว่า
หาข้อมูลทำรายงานทุกที
พ่อแม่หลายบ้านขี้เกียจรบรากับลูกวัยเลือดลมไม่ปกติเลยไม่ใส่ใจนักว่าลูกจะท่องอินเตอร์เน็ตไปไหนบ้าง
อุ่นใจกว่าตอนลูกตะลอนๆ
ไปนอกบ้านก็แล้วกัน
แต่
รู้บ้างไหมว่า
จากหน้าจอในบ้านนี่เอง
ลูกกำลังเสี่ยงภัยไม่น้อยกว่าการเที่ยวนอกบ้านเลย
นับตั้งแต่ลูกอาจเปิดเจอเว็บโป๊
ซึ่งจะแจ้งเสียจนไม่ต้องจินตนาการอะไร
แบบที่ผู้ใหญ่เองยังสะดุ้ง
เจอเว็บวิตถารก้าวร้าวรุนแรง
เช่นสอนให้ทำระเบิด
ชักจูงให้คิด
หรือทำอะไรไม่ดี
เจอข้อความลามก หยาบคาย
และที่นับว่าน่ากลัวที่สุดก็คือ
ถูกล่อลวงเพื่อละเมิดทางเพศ
ดังที่เป็นข่าว
องค์กรนานาชาติ ECPAT
ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันสื่อลามกอนาจารและการล่อลวงเด็ก
เตือนพ่อแม่ว่า "อันตรายที่นับว่าเป็นภัยร้ายแรงที่สุดก็คือ
จากการพูดคุยทางอินเตอร์เน็ตซึ่งนำไปสู่การนัดพบกัน"
ECPAT ได้ทำการวิจัย
สุ่มสำรวจความคิดเห็นของเด็ก
(7-11 ปี) วัยรุ่น (12-25 ปี) พ่อแม่
และครู พบว่า
ขณะนี้มีเยาวชน 24%
และวัยรุ่น 37%
ที่ได้เคยนัดพับกับเพื่อนผ่านทางอินเตอร์เน็ตแล้ว
เยาวชนอีก 42% กล่าวว่า
พวกเขาอยากพบเพื่อนที่รู้จักผ่านทางอินเตอร์เน็ตบ้างเหมือนกัน
นั่นหมายถึงว่า
เด็กไทยอยู่ในภาวะที่อาจเสี่ยงต่อภัยอินเตอร์เน็ต
หากพ่อแม่และครูไม่เท่าทันภัยนี้
และไม่เตรียมลูกหลานของเราให้มีทักษะในการป้องกันตัวเอง
ในแง่มุมของนักสังคมสงเคราะห์ของ
ECPAT Mr.Guy Thompstone
ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับเด็กไทยกับอินเตอร์เน็ตกล่าวว่า
"
อินเตอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีที่มีอำนาจมาก
ทำให้เด็กๆ
เข้าถึงสิ่งใหม่ๆ
นอกเหนือบริบทไทยๆ
ทำให้เด็กมีอิสระ
ไม่ยึดติดในประเพณี
วัฒนธรรมดั้งเดิม
กรอบของครอบครัว
เป็นมิติใหม่
ที่แตกต่างจากความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง
" ในโลกอินเตอร์เน็ต
เด็กจะอยู่กับตัวเองตามลำพัง
เขาสร้างโลกส่วนตัวขึ้น
รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่
และมีความสุขที่เป็นผู้ใหญ่กว่าตัวจริง
เพราะฉะนั้นเขาจึงกล้าที่จะพูดคุยกับคนแปลกหน้าทางอินเตอร์เน็ตได้มากกว่าพูดคุยกับคนในครอบครัว"
" แต่จริงๆ แล้ว
เด็กก็คือเด็ก
ยังไม่มีทักษะที่จะป้องกันตัวเองจากเล่ห์เหลี่ยมของผู้ใหญ่ที่ประสงค์ร้าย
บางครั้งคนที่แช็ตด้วยอาจจะพูดคุยด้วยถ้อยคำที่ไม่ดี
พูดชักชวนทางเพศ
แม้เด็กจะรู้ว่าเขาหลอกลวง
แต่ด้วยความเป็นเด็ก
ยังไม่มีทักษะในการพาตัวเองออกจากสถานการณ์นั้น
อาจจะยังพูดคุยกับคนคนนั้นต่อไป
ความไร้เดียงสา
อ่อนต่อโลก
ทำให้เด็กเพิกเฉยต่อคำเตือน
ต่ออันตรายที่ได้ยินได้ฟังมา"
คุณกายเล่าถึงเหตุการณ์ของการล่อลวงเด็กทางอินเตอร์เน็ตที่เกิดขึ้นว่า
ผู้หลอกลวงจะมีกระบวนการค่อนข้างยาวนานที่จะสร้างสัมพันธ์กับเด็ก
พยายามที่จะสร้างความไว้วางใจจนเด็กยอมติดต่อพูดคุยกันตามลำพังในแช็ตรูม
พัฒนาความสัมพันธ์กับเด็กไปเรื่อยๆ
จนเด็กยอมเปิดเผยตัว
พูดคุยเรื่องส่วนตัวมากขึ้น
สุดท้ายก็พยายามดึงเด็กออกมาพบตามลำพัง
"
เด็กมักจะไม่สามารถตัดความสัมพันธ์ทันทีทันใดกับคนที่แช็ตด้วย
แบบปิดคอมพิวเตอร์หรืออกจากห้องแช็ต
โดยเฉพาะในวัฒนธรรมไทย
เด็กกลัวผู้ใหญ่
ไม่กล้าปฏิเสธหรือตอบโต้ผู้ใหญ่
แม้เด็กจะพาเพื่อนไปด้วยเมื่อนัดพบกันก็ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้
และไม่กล้าปริปากเมื่อตกเป็นเหยื่อ
เพราะรู้ว่าตัวเองผิดที่ฝืนกฎความปลอดภัย
อีกแง่หนึ่งเด็กอาจจะรู้สึกผูกพันกับผู้ใหญ่คนนั้นจนถอนตัวไม่ขึ้น"
ทางด้านจิตแพทย์ไทย
พ.ญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล
จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพให้ความเห็นเสริมว่า
"
เด็กไทยมักจะได้รับการประคบประหงมจากพ่อแม่ผู้ปกครองจนกระทั่งถึงวัยรุ่นตอนปลาย
และเด็กส่วนใหญ่มักจะถูกเลี้ยงดูให้เชื่อฟังผู้ใหญ่โดยไม่โต้เถียง
ทำให้เด็กๆ
ยาที่จะต่อต้านผู้ใหญ่ที่ก่อปัญหาที่ไม่สมควรแก่พวกเขา"
ป้องกันลูกจากภัยอินเตอร์เน็ต
โดยตัวของคอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เน็ตเองไม่ใช่ภัยสำหรับเด็ก
มันเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง
สิ่งสำคัญคนใช้ต้องใช้ให้ถูกต้องและเท่าทัน
ในเรื่องนี้คุณหมอพรรณพิมลได้ให้คำแนะนำกับพ่อแม่ว่า
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ
หันหน้ามาพูดคุยกับลูก
สอนให้ลูกรู้ถึงข้อดีข้อเสียของมัน
และทาง ECPAT
ก็ได้ให้กฎแห่งความปลอดภัยในการเล่นอินเตอร์เน็ตว่า
- เวลาลูกเล่นอินเตอร์เน็ตพ่อแม่ควรอยู่กับลูกเสมอ
- สอนให้ลูกเล่นอินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและตั้งกฎที่เหมือนกฎความปลอดภัยอื่นๆ
เช่นที่เราห้ามลูกขึ้นรถคนแปลกหน้า
- ควรมีคำแนะนำสำหรับการนัดพบทางอินเตอร์เน็ตสำหรับเด็ก
- ไม่ให้ที่อยู่ที่บ้าน
เบอร์โทรศัพท์
หรือชื่อโรงเรียนกับใคร
- ไม่ส่งรูปหรือรายละเอียดของบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคาร
หรือข้อมูลอื่นโดยไม่ถามพ่อแม่ก่อน
- ไม่บอก password
กับใคร
แม้แต่เพื่อนสนิทที่สุด
- ไม่นัดกับใครโดยไม่ขออนุญาตจากพ่อแม่
ผู้ปกครองและพาพ่อแม่ไปด้วยในการพบกันครั้งแรก
ซึ่งควรเป็นการนัดพบกันในสถานที่เปิดเผย
- ออกจากห้องแช็ตทันทีที่มีคนพูดคุยที่ไม่ดี
รุกเร้าเข้าหาหรือเขียนในสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
เป็นกังวลและบอกให้พ่อแม่รับรู้
- ไม่ตอบอีเมล์หรือพูดคุยในห้องแช็ตที่มีลักษณะก้าวร้าว
หยาบคาย เชิญชวน
- บอกพ่อแม่
ผู้ปกครองเสมอ
หากเจอภาพโป๊ ภาพสยอดสยอง
ไม่น่าดู
หรือการใช้ภาษาไม่สุภาพ
- เป็นตัวของตัวเองและไม่แกล้งปลอมเป็นคนอื่น
- อย่าเชื่อถ้ามีคนเสนอให้อะไรที่ดูดีเกินจริง
แต่ก่อนที่พ่อแม่จะให้คำแนะนำหรือสอนลูกได้
คงต้องถามตัวเองก่อนว่า
คุณรู้จักอินเตอร์เน็ตดีแค่ไหน
ถ้ายังรู้งูๆ ปลาๆ
ลองใจกล้าเรียนรู้มันให้ถ่องแท้ขึ้นอีกนิดเพื่อเท่าทันและสอนลูกได้
แหล่งที่มา : เนชั่นสุดสัปดาห์
ปีที่ 12 ฉบับที่ 566 วันที่ 7 - 13
เม.ย. 2546
|