|
อาการหลั่งน้ำกามเร็ว
อาการหลั่งน้ำกามเร็วหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าล่มปากอ่าวนั้น
เป็นหนึ่งในปัญหาความผิดปกติในสมรรถภาพทางเพศที่พบ
บ่อยในเพศชาย
แม้มิใช่อาการหย่อนสมรรถภาพทางการแข็งตัว
ขององคชาต
แต่ภายหลังการหลั่งน้ำกามแล้วนั้น
องคชาตจะ
สูญเสียการแข็งตัวและอ่อนตัวลงโดยทันที
ทำให้ไม่สามารถ
มีเพศสัมพันธ์ต่อไปได้
กล่าวกันว่าเพศชาย ร้อยละ
65-75
จะประสบกับปัญหานี้
ในบางครั้งบางคราวของการมีเพศสัมพันธ์
พบบ่อยในเพศชายวัยหนุ่มอายุ
17-18 ปีที่เพิ่งเริ่ม
มีเพศสัมพันธ์เป็นครั้งแรก
ซึ่งส่วนใหญ่ กว่าร้อยละ 75
จะสามารถพัฒนาความสามารถใน
การควบคุมการหลั่งน้ำกามให้ยาวนานดีขึ้น
เมื่อมีประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น
อาการหลั่งน้ำกามเร็วนี้
จัดเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดความไม่เชื่อมั่น
และความวิตกกังวลเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศของตนเองขึ้น
ทำให้มีความสนใจทางเพศลดน้อยลงและอาจนำไปสู่อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ในที่สุด
ผลที่เกิดขึ้นในเพศหญิงจะทำให้มีอารมณ์
หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย
นอนไม่หลับ
และบางครั้งอาจมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง
ทั้งนี้
เนื่องจากอารมณ์ความรู้สึกทางเพศที่ก่อตัวขึ้นจากการกระตุ้นเร้ามาก่อนหน้า
ไม่สามารถ
บรรลุถึงอารมณ์เพศสุดยอดและปลดปล่อยออกมาได้
เป็นเหตุชักนำไปสู่ความขัดแย้ง
แตกแยกขึ้นในชีวิตสมรสและครอบครัวในที่สุด
ความหมายของอาการหลั่งน้ำกามเร็ว
อาการหลั่งน้ำกามเร็ว
หมายถึง
การหลั่งน้ำกามที่เกิดขึ้น
หลังจากที่ได้รับการกระตุ้นทางอารมณ์เพศเพียงเล็กน้อย
หรือเกิดขึ้นก่อน ระหว่าง
ทันทีที่หรือชั่วระยะเวลาอันสั้น
ขณะสอดใส่องคชาตเข้าไปในช่องคลอดของเพศหญิงหรือ
ถ้านับตามช่วงเวลา
จะหมายถึง
ไม่สามารถอดกลั้นเหนี่ยว
รั้งการหลั่งน้ำกามให้ยาวนานมากกว่า
1 นาที ภายหลัง
สอดใส่องคชาตเข้าไปในช่องคลอดของเพศหญิง
โดยปกติ
เพศชายจะหลั่งน้ำกามภายในระยะเวลาเฉลี่ย
4-7 นาที
หลังมีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้น
และเพศหญิงต้องใช้ระยะเวลา
เฉลี่ย 8 นาทีของการ
มีเพศสัมพันธ์กว่าจะบรรลุอารมณ์
เพศสุดยอด
ประเภทของอาการหลั่งน้ำกามเร็ว
แบ่งออกเป็น
อาการหลั่งน้ำกามเร็วที่เกิดขึ้นตลอดทุกครั้ง
หมายถึง
มีอาการหลั่งน้ำกามเร็ว
เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกและตลอดทุกครั้งของการมีเพศสัมพันธ์
มีสาเหตุจาก
ความผิดปกติในสรีระการรับความรู้สึกทางระบบประสาทโดยเฉพาะที่อยู่
บริเวณองคชาต
อาการหลั่งน้ำกามเร็วที่เกิดขึ้นในภายหลัง
หมายถึง
ก่อนหน้านี้จะมีสมรรถภาพ
ทางเพศ
และการหลั่งน้ำกามเป็นปกติ
และเกิดมีอาการหลั่งน้ำกามเร็วขึ้นใน
ภายหลัง
มีสาเหตุจากความผิดปกติทางจิตใจ
ส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุ
โดยอาจมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศเกิดขึ้นก่อนหน้า
สาเหตุของอาการหลั่งน้ำกามเร็ว
แบ่งออกได้เป็น
สาเหตุทางด้านร่างกาย
ได้แก่
ความไวต่อการกระตุ้นและรับความรู้สึกของ
เส้นประสาทที่อยู่บริเวณส่วนหัวและลำองคชาต
มีสาเหตุจากความผิดปกติ
ในสรีระการทำงานของระบบประสาทเอง
หรือเกิดจากการอักเสบของอวัยวะ
สืบพันธุ์หรืออวัยวะที่อยู่โดยรอบ
เช่น ต่อมลูกหมากอักเสบ
ริดสีดวงทวารชนิด
มีการอุดตันในเส้นเลือด
เป็นต้น
สาเหตุทางด้านจิตใจ
ได้แก่
ความวิตกกังวลต่อสมรรถภาพทางเพศของตนเอง
มักเป็นคนที่ลักษณะวิตกกังวลในเรื่องต่างๆ
กลัวความล้มเหลวหรือผิดหวัง
หรือมี
ความเข้าใจที่ผิดในเรื่องการหลั่งน้ำกาม
ความเชื่อทางศาสนาและทัศนคติทางเพศ
ที่ได้รับการสั่งสอนอบรมแต่วัยเด็กว่า
เพศว่าเป็นสิ่งไม่เหมาะสมน่ารังเกียจ
และ
ต้องปกปิด
สาเหตุทางยา
ที่สำคัญคือ
เครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ซึ่งมีผลต่อการทำงาน
ของระบบประสาท
สาเหตุอื่นๆ ได้แก่
ความแปลกใหม่ของสิ่งเร้าทางเพศ
สภาพแวดล้อม และเพศ
หญิงคนใหม่ที่มีอายุน้อยกว่า
รวมทั้งความบ่อยครั้งของการมีเพศสัมพันธ์ที่
ห่างกันมากเกินไป
การบำบัดรักษาอาการหลั่งน้ำกามเร็ว
ที่ผ่านมามักมีความเชื่อว่า
อาการหลั่งน้ำกามเร็วนั้นมีสาเหตุทางด้านจิตใจแต่เพียง
อย่างเดียว ได้แก่
มีความวิตกกังวลและประสบการณ์การทางเพศที่น้อย
การบำบัดรักษา
จึงเป็นการพูดคุยทำความเข้าใจและให้ความรู้ทางด้านเพศเป็นหลัก
รวมทั้งการแนะนำ
วิธีการบำบัดรักษาทางเพศร่วมด้วยในบางครั้ง
ต่อเมื่อการสังเกตุพบผลข้างเคียงจากยา
บางประเภทต่อการตอบสนองทางเพศ
ร่วมกับการศึกษาวิจัยในสรีระการทำงานของ
ร่างกายต่อการตอบสนองทางเพศที่ผ่านมา
ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านการบำบัด
รักษาเป็นอย่างมาก
ปัจจุบันมีวิธีการบำบัดรักษาต่างๆ
ดังนี้
การให้ความรู้เรื่องเพศ
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องต่างๆ
ทางเพศ
ทั้งในเพศชายและหญิง
ได้แก่
กายวิภาคของระบบสืบพันธุ์
สรีระการตอบสนอง
ทางเพศ อาทิเช่น
การแข็งตัวขององคชาตและการหลั่งน้ำกาม
การกระตุ้นเร้า
ทางเพศและการบรรลุอารมณ์เพศสุดยอดในเพศหญิง
โดยเฉพาะในคู่ที่มี
ความรู้และประสบการณ์ทางเพศน้อย
หรือเพิ่งเริ่มมีความสัมพันธ์ทางเพศ
เป็นครั้งแรก
เพื่อให้เกิดความมั่นใจและคลายความกลัววิตกกังวลต่างๆลง
การบำบัดรักษาทางเพศ
เป็นเทคนิควิธีการปฏิบัติทางเพศ
เพื่อควบคุมระดับ
การตอบสนองทางเพศและการหลั่งน้ำกามให้ยาวนานออกไป
มีขั้นตอนวิธีปฏิบัติ
ร่วมกันดังนี้
ในช่วงเริ่มต้นครั้งแรกของการบำบัดรักษา
เพศชายและหญิงทั้งสองฝ่าย
ต้องตกลงกันว่า
จะใช้วิธีการกระตุ้นเร้าทางเพศเฉพาะภายนอกให้แก่กัน
แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
โดยไม่พยายามมีเพศสัมพันธ์กัน
ทั้งสองฝ่ายกระทำการกระตุ้นเร้าทางเพศให้แก่กัน
ในเพศชายให้กระตุ้นเร้า
ที่องคชาต
กระทั่งมีความรู้สึกใกล้จะมีการหลั่งน้ำกามเกิดขึ้น
ให้หยุดการ
กระตุ้นเร้าทางเพศนี้ลงโดยทันทีทันใด
สำหรับการหยุดกระตุ้นเร้าทางเพศนี้
อาจใช้วิธีหยุดกระตุ้นเร้าทางเพศนี้
แต่เพียงอย่างเดียว
หรือใช้การบีบกดบริเวณส่วนหัวขององคชาตร่วมด้วย
โดยนิ้วชี้และนิ้วกลางอยู่ด้านบนหัวองคชาต
ขณะที่นิ้วหัวแม่มืออยู่อีกด้าน
หนึ่งตรงตำแหน่งท่อปัสสาวะ
ควรบีบกดแต่พอแน่นและนานประมาณ
15 - 20 วินาทีเท่านั้น
เพื่อให้ระดับความรู้สึกทางเพศที่ผ่านมาคลายตัวลง
รอคอยจนกระทั่งระดับความรู้สึกทางเพศผ่อนคลายลง
หรือองคชาตที่
แข็งตัวนั้น
อ่อนตัวลงประมาณร้อยละ 50
ของการแข็งตัวเต็มที่
จึงเริ่ม
วงจรการกระตุ้นเร้าทางเพศขึ้นใหม่อีกครั้ง
ทำการกระตุ้นเร้าทางเพศและหยุดลงเช่นนี้ติดต่อกันประมาณ
3-4 รอบ
และในรอบสุดท้ายจึงปล่อยให้มีการหลั่งน้ำกามเกิดขึ้น
เมื่อมีความเคยชินและสามารถควบคุมการหลั่งน้ำกามได้แล้ว
จึงเริ่มต้นมี
เพศสัมพันธ์กันและดำเนินตามขั้นเช่นเดียวการกระตุ้นเร้าทางเพศภายนอก
ที่กล่าวมาข้างต้น
ในระหว่างใช้วิธีการบำบัดรักษาทางเพศนี้
ควรฝึกทำขมิบช่องทวารหนักร่วมไป
ด้วย
เชื่อว่าจะช่วยทำให้การควบคุมการหลั่งน้ำกามได้ดีและเร็วขึ้น
วิธีการบำบัด
รักษาทางเพศนี้มักจะประสบผลสำเร็จในช่วงต้นๆของการรักษาเท่านั้น
และจะ
กลับเป็นขึ้นมาอีกหลังจากหยุดการรักษานี้ไปแล้ว
3 เดือน ความสำเร็จของ
การรักษาจะขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะเพศหญิง
ปัญหา
ที่พบระหว่างให้การบำบัดรักษา
ได้แก่
ความเป็นห่วงกังวลของเพศชายต่อ
อารมณ์เพศของเพศหญิง
ความกลัว
ไม่มั่นใจต่อผลสำเร็จของการรักษา
ไม่สามารถอุทิศเวลา
และอดทนต่อการเข้ารับคำปรึกษาและบำบัดรักษาจำนวน
หลายๆครั้งได้ ที่สำคัญ
มักจะไม่ค่อยได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากเพศหญิง
การบำบัดรักษาทางยา
เป็นวิธีการบำบัดรักษาที่เริ่มนิยมใช้และได้รับการยอมรับ
มากขึ้น
ยาที่ใช้กันในปัจจุบัน
ได้แก่
ยาบำบัดรักษาอาการทางจิต
ที่ออกฤทธิ์ต่อตัวแพร่สัญญาณประสาทใน
ประสาทสมองส่วนกลาง
โดยพบว่าจะผลข้างเคียงต่อการตอบสนองทาง
เพศร่วมด้วย
ที่สำคัญคือทำให้บรรลุถึงอารมณ์เพศสุดยอดและมีการหลั่ง
น้ำกามออกมาล่าช้าออกไป
ยาที่นิยมใช้ในปัจจุบันได้แก่
ยาบำบัดรักษาภาวะ
ซึมเศร้า
ยาบำบัดรักษาอาการวิตกกังวล
เป็นต้น
มีผลสำเร็จต่อการรักษา
ค่อนข้างสูง
คือสามารถยืดเวลาการหลั่งน้ำกามได้นานกว่าเดิมประมาณ
3-5 เท่า
แต่มีผลข้างเคียงอื่นมากพอสมควร
เช่น เซื่องซึม ปากแห้ง
ตาพร่ามัว นอนไม่หลับ
และไม่หลั่งน้ำกามหากทานยาในขนาดที่สูง
เป็นต้น
จึงควรอยู่ในความดูแลแนะนำของแพทย์ขณะใช้ยา
ยาทาเฉพาะที่ ในรูปของครีม
เจล และสเปรย์
โดยทาที่ส่วนหัวของ
องคชาตประมาณ 1/2-1
ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์
เพื่อลดระดับการรับ
ความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์ลงทำให้มีการหลั่งน้ำกามช้าลง
ได้ผลบ้าง
พอสมควรแต่ยังไม่มีผลการทดลองที่เปรียบเทียบชัดเจน
เป็นเพียง
ประสบการณ์การรักษาและรายงานทางการแพทย์เท่านั้น
ยาที่ใช้กันอยู่
ในปัจจุบัน ได้แก่
ยาชาเฉพาะที่ที่ใช้ในทางการแพทย์
และยาครีมสมุนไพร
SS-cream
ที่สกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ
9 ชนิดของประเทศเกาหลี
ผลข้างเคียงที่พบ ได้แก่
อาการระคายเคืองและชาหมดความรู้สึกที่ส่วนหัว
ขององคชาต
เกิดอาการชาและการรับความรู้สึกในผนังช่องคลอดของเพศ
หญิงหยุดลงไม่สามารถบรรลุอารมณ์เพศสุดยอดได้
จึงแนะนำให้ใช้ถุงยาง
อนามัยร่วมด้วยทุกครั้ง
ยาฉีดเข้าแกนองคชาต
ที่ใช้รักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางการแข็งตัว
ขององคชาต
โดยฉีดยาเข้าไปในแกนองคชาตก่อนจะมีเพศสัมพันธ์
ยาจะ
ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบในองคชาตคลายตัวจนเกิดการแข็งตัวของ
องคชาตขึ้น
แม้ภายหลังหลั่งน้ำกามแล้วองคชาตก็จะยังแข็งตัวอยู่
จึงยัง
สามารมีเพศสัมพันธ์ต่อไปได้
เนื่องจากมีขั้นตอนเทคนิควิธีการที่ค่อนข้าง
ยุ่งยาก
และมีผลข้างเคียงจากยาสูง
ได้แก่ องคชาตแข็งตัวค้าง
และปวดเจ็บ
บริเวณที่ฉีดยา
จึงไม่เป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน
การผ่าตัด
แยกเส้นประสาทที่รับความรู้สึกจากส่วนหัวขององคชาตออกจาก
กัน
เพื่อลดการรับความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์ลง
ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น
อาจทำให้เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศขึ้นได้
จึงแนะนำเฉพาะ
ในรายที่มีการรับรู้
ความรู้สึกต่อการกระตุ้นทางเพศมากและวิธีการต่างๆ
ที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้ผลเท่านั้น
สรุป
กล่าวโดยสรุป
อาการหลั่งน้ำกามเร็วจัดเป็นหนึ่งในปัญหา
สมรรถภาพทางเพศที่พบบ่อยในเพศชาย
สาเหตุสำคัญมาจาก
ความไวต่อการกระตุ้น
ทางเพศของระบบประสาทที่เกี่ยวข้อง
กับต่อการตอบสนองทางเพศ
โดยมีสาเหตุจากความวิตกกังวล
ทางจิตใจตามมา
การรักษาด้วยวิธีการบำบัดรักษาทางเพศที่
ผ่านมา
มักจะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา
และการยอมรับ รวมทั้งไม่
ประสบผลสำเร็จในระยะยาว
การบำบัดรักษาทางยาเพื่อลดความไวต่อการกระตุ้นทางเพศ
ให้ช้าลง
พบว่ามีอัตราความสำเร็จของการตอบสนองสูงและใช้เวลาสั้นกว่า
แต่มีผลข้างเคียง
จากการใช้ยามากพอสมควร
อย่างไรก็ตาม
การวินิจฉัยหาสาเหตุและการบำบัดรักษานั้น
ควรจะอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ
เนื่องจากแต่ละรายย่อมมีสาเหตุของ
การเกิด
ความเหมาะสมความสำเร็จ
การตอบสนองและผลข้างเคียงจากยาแตกต่างกันไป
การวิจัยค้นคว้าในสรีระการทำงานต่อการตอบสนองทางเพศโดยเฉพาะกลไกการหลั่ง
น้ำกามจะช่วยให้มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น
และนำไปสู่การพัฒนาแนวทาง
และตัวยาใน
การบำบัดรักษาที่ดีและเหมาะสมในที่สุด
แหล่งที่มา :
นายแพทย์วันชัย
นัยรักษ์เสรี พ.บ.
ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ
โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี
ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย
|